UncategorizedJuly 18, 2008 3:21 am

มาตรา 237 วรรคสอง รัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่า หากปรากฏหลักฐานอันเชื่อว่ากรรมบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยแล้วมิได้ยับยั้งให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กรรมการบริหารอาจมีสิทธิถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และมีผลให้ยุบพรรคการเมืองได้

อุณหภูมิการเมืองร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อสำรวจพบว่าพรรคการเมืองใหญ่ๆ มี "กรรมการบริหารพรรค" ติดบ่วงกรรม และทำท่าจะติดบ่วงกรรม "ใบแดง" กันถ้วนหน้า เนื่องจากมาตรา 237 วรรคสอง รัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่า หากปรากฏหลักฐานอันเชื่อว่ากรรมบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยแล้วมิได้ยับยั้งให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กรรมการบริหารอาจมีสิทธิถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และมีผลให้ยุบพรรคการเมืองได้

ลองมาสำรวจกันดูหน่อยว่า..คดีของแต่ละพรรคไปถึงไหนแล้ว..???

พรรคพลังประชาชน

เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ยืนตามมติ กกต.ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี หรือให้ "ใบแดง" นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เมื่อ 8 กรกฎาคม ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 ด้วยการทุจริตแจกเงินแก่กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรค

ล่าสุดเมื่อ 15 กรกฎาคม นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณายุบพรรคพลังประชาชนแล้ว โดยมีนายประทีป เปรื่องวงศ์ เป็นประธาน ตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550

มีระยะเวลาทำงาน 15 วัน เมื่อพิจารณาเสร็จสิ้นก็จะแจ้งให้อัยการสูงสุด ถ้าอัยการสูงสุดเห็นควร ก็จะส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา "ยุบพรรค" แต่หากอัยการสูงสุดเห็นว่าหลักฐานไม่พอ ก็จะส่งกลับมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต.กับอัยการสูงสุดใน 30 วันนับจากแต่งตั้ง

โดยอำนาจในการ "ส่งเรื่อง" หรือ "ระงับ" การยุบพรรคก็เป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมือง

พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย

สองพรรคดังกล่าว ถูกสอบมาพร้อมกัน และ กกต.พิจารณาเสนอให้ "ยุบพรรค"

เนื่องจากกรรมการบริหารพรรค กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการทุจริตซื้อเสียง ตามมาตรา 103 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และมาตรา 237 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2550

พรรคชาติไทย คือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตว่าที่ ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และรองเลขาธิการพรรคชาติไทย ถูก กกต.มีมติให้ใบแดง หลังพบหัวคะแนนเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน และเตรียมจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน้าหน่วยเลือกตั้งกลางในการเลือกตั้งล่วงหน้า

ขณะที่พรรคมัชฌิมาธิปไตย นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูก กกต.มีมติให้ใบแดง เนื่องจากมีพฤติการณ์แจกทรัพย์สิน

ที่สุด กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ใบแดงทั้ง 2 คน แต่เมื่อ กกต.ส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด ถูกตีกลับ จึงต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับกกต. เมื่อ 18 มิถุนายน เพื่อพิจารณาเพิ่มเติมให้เสร็จ 30 วัน โดยมีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน

ล่าสุด ได้ข้อยุติเอกฉันท์จากคณะทำงานร่วม เมื่อ 11 กรกฎาคม ว่า แจ้งผลต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองให้แจ้งต่ออัยการสูงสุด ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คณะทำงานร่วมฯไม่ชี้ว่า ควรจะยุบทั้งสองพรรคหรือไม่ เนื่องจากติดปัญหาความหนักและเบาของคดี เช่น มีการรับเงินมาแล้ว และกำลังจะจ่ายเงิน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่จะให้ใบเหลืองหรือใบแดงได้

ดังนั้น ผู้ที่จะวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐานได้ชัดเจนที่สุดคือ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่า "ยุบ" หรือ "ไม่ยุบ" !

พรรคเพื่อแผ่นดิน

3 กรกฎาคม กกต.มีมติเอกฉันท์ ให้ "ใบแดง" นายนพดล พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด และรองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน ฐานกระทำผิดตามมาตรา 53 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 กรณีการจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริง และมีการขนคนไปฟังการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 236 (5)(6) ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 10 (10)(12) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมาตรา 11 พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550

จากนี้ กกต.จะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมเอกสารและข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดให้เสร็จภายใน 15 วัน เสนอต่ออัยการสูงสูดเพื่อส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาต่อไป

พรรคประชาธิปัตย์

นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี และนายวิทวัส พันธ์นิกุล ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี ถูกนายสมบัติ รัตโน ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชาชน หอบเอกสารหลักฐานร้องต่อ กกต.อุบลราชธานี แจ้งข้อกล่าวหา กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แจกบัตรชมภาพยนตร์โรงภาพยนตร์เนวาด้า มัลติเพล็กซ์ และสลับกันขึ้นปราศรัยหาเสียง

แต่เรื่องดังกล่าว ถูกมองว่า "สุดอืด" เพราะหากเป็นไปตามข้อกล่าวหา เมื่อนายวิฑูรย์เป็นกรรมการบริหารพรรค ชะตากรรมคงไม่ต่างจากพรรคอื่นๆ

ล่าสุด กกต.ออกมายืนยันว่าไม่ได้ดึงเรื่องให้ช้า

เหตุที่ล่าช้าเพราะสำนวนคัดค้านที่มีผู้ร้องคัดค้านถึง 2 ราย แต่ร้องถึงผู้ถูกกล่าวหารายเดียวกัน จึงต้องนำสำนวนมารวมกัน จากการตรวจสอบขณะนี้ กกต.กลาง รับเรื่องจาก กกต.จังหวัดอุบลราชธานี หนังสือลงวันที่ 3 กรกฎาคม มาให้ทางฝ่ายกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ล่าสุด ได้มีการบรรจุเข้าวาระการประชุมของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยแล้ว

แต่จะพิจารณาเสร็จครั้งเดียวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะอนุกรรมการ และหากพิจารณาเสร็จแล้วก็จะส่งเข้าที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณาว่าสำนวนและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถให้ใบแดงหรือไม่..!!

Uncategorized 3:17 am

นายกฯปูดแผนพันธมิตร มีเป้าหมายยึดศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ให้ทหารออกมาปฏิวัติ บอกคิดโง่ๆ ยัวะกลุ่มคนยกป้ายด่าใน ตจว. ซัดสื่อไม่วิพากษ์วิจารณ์ ออกข่าวแต่พวกประท้วง ‘จำลอง’โวยตำรวจจับ’สมเกียรติ’หวังทำให้เสียชื่อเสียง เหน็บทำเร็วกว่าปกติ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยัวะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ส่งคนไปโห่ฮา ยกป้ายด่ารัฐมนตรีที่เดินทางไปต่างจังหวัด ระบุมีเป้าหมายเพื่อยึดศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ หวังไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ และจะให้ทหารออกมาปฏิวัติ

ทั้งนี้ นายสมัครกล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงาน ‘’มหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย'’ ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ตอนหนึ่งว่า ‘’ขอถามหน่อยว่า เวลานี้บ้าอะไรกันขึ้นมา รัฐมนตรีไปต่างจังหวัด ก็ส่งคนไปคอยโห่ฮา ยกป้ายด่า ผมจะบอกให้ฟัง ว่าเป้าหมายสุดท้าย เขาจะส่งคนไปทั่วประเทศ แล้วพอพร้อม จะลุกขึ้นยึดศาลากลางทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ทำงานได้ และจะให้ทหารมาปฏิวัติ คิดโง่ๆ อย่างนี้ ไปแถลงบนเวทีว่ามีการเอาเรือรบมาจอด บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ สั่งปิดพรมแดนตลอดแถว บ้าไหมครับ ไอ้คนบ้าพูดพล่ามอย่างนี้ แล้วยังไม่มีหนังสือพิมพ์หรือวิทยุที่ไหนมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครด่าเลย คุณพ่อหรือไงไม่ทราบได้ ทั้งที่พูดให้บ้านเมืองร้อนเป็นไฟจะเป็นจะตายกัน รัฐบาลป้องกันกันแทบตาย เจรจาความกันแทบตาย พอรัฐบาลจะทำดี ก็วิพากษ์วิจารณ์กัน สังคมบ้านเมืองของเราเป็นอย่างนี้ น่าเอน็จอนาถจริงๆ ‘’

นายสมัครกล่าวอีกว่า ‘’ไอ้บ้านั่นขึ้นเวทีปลุกระดม คนธรรมดาพูดไม่ได้ ต้องคนบ้าเท่านั้นถึงจะพูดได้ เมื่อวานผมไปขึ้นเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ จ้างไอ้บ้าพวกนั้นมายืนตากแดดถือป้ายเย้วๆ ผมอยู่บนเรือ 2 ชั่วโมงกว่า ออกมาก็ยังตากแดด เย้วๆ มันมันส์อะไรของมันขึ้นมา แต่ปรากฏว่านายกฯขึ้นเรือไม่มีข่าวเลย แต่มีข่าวไอ้พวกบ้าไปยกป้ายออก สังคมไทยเป็นอย่างนี้ สื่อก็เป็นอย่างนี้ เอาแต่ข่าวไอ้พวกประท้วงออก'’

ด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังคงปักหลักชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินกลาง เป็นวันที่ 54 โดยมีประชาชนมาร่วมชุมนุมมาก และแกนนำพันธมิตรได้จัดกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร กล่าวถึงกรณีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตร ถูกออกหมายจับในคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งนายสมเกียรติได้เข้ามอบตัวและใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัว เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลถูกกล่าวหา การดำเนินการจะไม่รวดเร็ว มีการดึงเรื่องไว้ ตำรวจไม่ทำอย่างทันท่วงที ส่วนทางฝ่ายพันธมิตร ทำอย่างกับว่าเป็นอาชญากรคนสำคัญ ต้องเอาตัวมาให้ได้ ไม่มีอะไรที่จะวินิจฉัยเป็นทางอื่นได้เลยนอกจากต้องการทำให้เสียชื่อเสียง ให้หมดความเชื่อถือ

‘’ อาจารย์สมเกียรติไม่ได้หนีไปไหน มาหาได้ทุกวันที่เวที การที่อาจารย์สมเกียรติถูกจับ จะไม่มีการฟ้องร้องกลับ เพราะขณะนี้ศาลมีเรื่องอยู่มากมายแล้ว ตอนนี้พันธมิตรก็ยังดำเนินการประชุมอยู่เรื่อยๆ เพื่อสรุปแนวทางการต่อสู้ต่อไป และยืนยันว่าการชุมนุมจะปักหลักอยู่ที่นี่ต่อไป'’  พล.ต.จำลองกล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของเครือข่ายพันธมิตรในต่างจังหวัด ที่ จ.เชียงราย กลุ่มเจียงฮายฮักประชาธิปไตย ประมาณ 50 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายแสวง เครือวิวัฒนากุล ผู้บริหารโรงแรมวังคำ อ.เมืองเชียงราย คัดค้านกรณีกลุ่มพันธมิตรเชียงราย จะมาใช้พื้นที่โรงแรมจัดกิจกรรมในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งนายแสวงชี้แจงว่า ได้มีการยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากเกรงว่า จะเกิดปัญหาบานปลายเหมือนในหลายจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มแม่สายกู้ชาติ แกนนำพันธมิตรเชียงราย ประกอบด้วย นายผ้าง พลชัย เจ้าของ และผู้จัดรายการสถานีวิทยุชุมชนห้วยไคร้ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย รวมทั้งกลุ่มต่อต้านพันธมิตร ประกอบด้วย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และกลุ่มเสียงประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย น.ส.จีระนันท์ จันทวงศ์ และนายทรงชัย วิมลภัตรานนท์ ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งสองกลุ่มยังไม่มีเหตุปะทะกัน ขณะที่กลุ่มแม่สายกู้ชาติ ยืนยันว่า จะจัดกิจกรรมเวทีเสวนาประชาธิปไตย วันที่ 19 กรกฎาคมอย่างแน่นอน

ที่ จ.พิษณุโลก แกนนำพันธมิตร 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย และนครสวรรค์ กว่า 80 คน นำโดยนายสมเกียรติ โสภณพงษ์พิพัฒน์ ได้ประชุมที่เทศนคร เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ นายสมเกียรติกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรได้ประกาศต่อต้านรัฐบาลหุ่นเชิด และเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเข้มข้น รวมทั้งขยายเครือข่ายเพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ที่ให้ความสำคัญกับภาคประชาชน
นายสาคร สงมา แกนนำพันธมิตรพิษณุโลก กล่าวว่า จะระดมคนให้มากที่สุดเพื่อเข้าสมทบกับพันธมิตรกรุงเทพฯ ในวันที่ 19 กรกฎาคม ส่วนการจัดเวทีระดับภาคเร็วๆ นี้ พันธมิตรภาคเหนือตอนล่างจะดำเนินกิจกรรม ‘’ ภารกิจหัวเมืองฝ่ายเหนือกู้ชาติ'’  ในวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ จ.เพชรบูรณ์, วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ จ.พิจิตร และวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ จ.พิษณุโลก และที่ จ.สุโขทัย

UncategorizedJuly 13, 2008 1:32 pm




นพดลตามแก้ประเด็นเขาพระวิหาร รายวัน

‘นพดล’บอกเหนื่อยกับปัญหาเขาพระวิหาร แต่เชื่อปัญหาไม่บานปลาย ย้ำไม่ได้กลับลำหลังเตรียมเสนอบันไดและสระตราวเป็นมรดกโลก อ้างเป็นเรื่องเดิมตั้งแต่ปี 49 แต่เพิ่งเปิดเผยเพราะเอกสารเยอะและเป็นความลับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น.นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เตรียมเสนอครม.เพื่อขอขึ้นทะเบียนบันไดและสระตราวเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ภายหลังเป็นประเด็นข่าวจากการปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯว่า จะมีการหารือกันถึงเรื่องนี้ แต่คงจดทะเบียนไม่ทันเพราะต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก เพียงแต่จะแสดงความจำนงว่าประเทศไทยประสงค์ที่จะขอขึ้นทะเบียนในส่วนของประเทศไทย ซึ่งไม่ได้เป็นการขึ้นทะเบียนร่วมกับกัมพูชา เพราะกัมพูชาปฏิเสธเรา ตนจึงคิดว่าควรจะขึ้นทะเบียนในส่วนของเรา  เท่าที่ทราบมีการยื่นเพื่อขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2549 และความจริงตนคิดเรื่องนี้มานานแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดเผยและพูดคุยเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่าเพราะเหตุใดก่อนลงนามข้อตกลงร่วมถึงไม่มีการคิดถึงเรื่องนี้ นายนพดล กล่าวว่า  ก่อนลงนามทางกัมพูชาปฏิเสธที่จะร่วมกับเรา

เมื่อถามว่าเพราะเหตุใดก่อนหน้านี้ถึงไม่มีการเปิดเผยประเด็นนี้ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า มีเรื่องอยู่ในแฟ้มเอกสารอย่แล้วและเวลาบริหารงานมีหลายเรื่องเป็นความลับ บางเรื่องเป็นประเด็นที่เรายังไม่ถึงเวลาจะเปิดเผย

เมื่อถามว่าข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอของกรมศิลปากรที่เคยถูกปฏิเสธ การหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งเป็นเพราะเสียงคัดค้านหรือต่อต้านมีมากขึ้น รมว.ต่างประเทศ กล่าวยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คิดกันมานานแล้ว แต่ในเมื่อเรายื่นจดทะเยียนร่วมไม่ได้ก็เลยต้องยื่นจดทะเบียนแยก ในเมื่อเราเห็นว่ามีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม เราก็ยื่นจดทะเบียนซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์  

“เหมือนกับเราจะแต่งงานกัน ถ้าเขาไม่ยอมแต่งหรืออยู่กับเรา เราก็ขึ้นทะเบียนในส่วนของเรา ผมพยายามทำหน้าที่ของผม รักษาผลประโยชน์ของชาติไม่ให้ลุกล้ำที่ดินทับซ้อน มาถึงตรงนี้เราสามารถแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนได้แล้ว เราก็ไปทำงานใหม่ เพราะมีหลายอย่างที่ต้องทำ “นายนพดล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่กระทรวงการต่างประเทศกลับลำเป็นเพราะกลุ่มพันธมิตรฯโจมตีใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ไม่ใช่ได้กลับลำอะไรเลย มันเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ และควรยื่นจดทะเบียน เพียงแต่ยื่นจดทะเบียนร่วมไม่ได้ เพราะทางกัมพูชาปฏิเสธเรา

เมื่อถามว่ากัมพูชาทราบหรือไม่ว่าไทยจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกเช่นเดียวกัน นายนภดล กล่าวว่า คงต้องมีการหารือกับฝ่ายกัมพูชา และอย่างน้อยเราจะต้องไปแถลงเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่เมือง ควิเบก ประเทศแคนาดาในเดือน ก.ค.นี้  ว่าไทยมีเจตจำนงที่จะยื่นจดทะเบียนมรดกโลก ส่วนผลการตัดสินจะออกมาอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการจะผู้พิจารณา ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบหรือยินยอมกับทางฝ่ายกัมพูชา เพราะเป็นส่วนของประเทศไทยเช่นเดียวกับกรณีที่ทางกัมพูชาขอขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกที่ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากไทย

ต่อข้อถามว่า ฝ่ายค้านยืนยันว่ามีข้อมูลที่ชัดเจนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับกรณีนี้ นายนพดล กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีถ้าข้อมูลชัดเจนตนก็จะได้ชี้แจงซึ่งคนทั้งประเทศจะได้รับทราบ เพราะมีการถ่ายทอดสด  ซึ่งตนมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ และจะได้ความไว้วางใจ รวมทั้งพร้อมที่จะอธิบายชี้แจงต่อไป ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ยังไม่ถอดใจ ทั้งนี้เชื่อว่าปัญหาเขาพระวิหารจะไม่บานปลายแน่นอน 

อย่างไรก็ตามการที่กัมพูชาปิดเขาพระวิหารในช่วงนี้นั้น ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบแน่นอน และที่เห็นได้ชัดคือพ่อค้า แม่ค้าบริเวณนั้นขายของไม่ได้ ตนบอกมาตลอดว่าความสัมพันธ์ที่ดีเป็นประโยชน์กับสองประเทศ ซึ่งการที่กัมพูชาปิดเขาพระวิหารทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางไปจังหวัดศรีสะเกษ และตนจะเดินทางไปพูดคุยกับทางกัมพูชา เพื่อขอให้เปิดด่าน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะต้องดูภาพรวมความสัมพันธ์และกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นข้อบกพร่องอยู่ที่ใคร รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ที่ตน  ตนเชื่อว่าสังคมไทยยังมีคนไทยที่มีใจเป็นธรรมพร้อมที่จะรับฟังข้อเท็จจริง ตนยอมรับว่าเหนื่อยและหนัก แต่เชื่อมั่นว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง จึงต้องชี้แจงต่อไปทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐาน ซึ่งหลักฐานของตนชัดเจน    

หน้าแรก

“Next”