เข้าอันดับ4 น้องแบ๋นอําลา [12 ส.ค. 51 - 04:36]
ศึกยกน้ำหนักในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรุ่น 58 กก.หญิง ซึ่งทีมไทยมีความหวังเหรียญรางวัลจาก “น้องแบ๋น” วันดี คำเอี่ยม เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิกเอเธนส์ 2004 เมื่อครั้งที่แล้ว ที่จะลงสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรกซึ่งคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ 2 สมัยติดต่อกัน แต่ในรุ่นนี้ ที่เข้าแข่งรวม 12 คน มีนักกีฬาจีนที่แข็งแกร่ง จึงทำให้จอมพลังไทยได้ลุ้นแย่งเพียงเหรียญเงิน
วันดีออกสตาร์ตได้สวย ยกผ่านท่าสแนตช์ 2 ครั้งรวด ที่น้ำหนัก 95 กก. และ 98 กก. ขณะที่คู่แข่ง อเล็กซานดรา เอสโคบาร์ จากเอกวาดอร์ จบที่ 99 กก. ยังมีมารินา ไชโนวา จากรัสเซีย ยกครั้งที่ 3 ผ่านที่ 98 กก. และโอ จอง เอ เกาหลีเหนือ ยกจบที่ 95 กก. วันดียกครั้งที่ 3 เรียกน้ำหนักที่ 100 กก. ไม่ผ่านจึงยืนสถิติที่ 98 กก. นับว่าไม่เสียหาย โดยมีจีน เฉิน หยางชิง นำห่างผ่าน 3 ครั้งรวด 106 กก.
ต่อมาท่าคลีนแอนด์เจิร์ก วันดีเรียกน้ำหนักแรก 125 กก. ยกผ่าน รวมทั้งครั้งที่ 2 ยก 128 กก. ผ่านเช่นกัน มีโอกาสสูงมากที่จะคว้าเหรียญเงิน เนื่องจากคู่แข่งชาวรัสเซียยกน้ำหนักแรก 125 กก. แต่น้ำหนักที่ 2 ยก 129 กก.ไม่ผ่าน เหลือครั้งสุดท้าย ซึ่งสาวรัสเซียฮึดสำเร็จยกผ่านได้หวุดหวิด นั่นทำให้โอกาสของวันดีมีทางเลือกสุดท้ายเพียงเพิ่มน้ำหนัก 1 กก. ยก 129 กก.ให้ผ่านก็จะได้เหรียญเงินเพราะน้ำหนักตัวน้อยกว่าจอมพลังรัสเซีย วันดีทำไม่ได้ ยกเหล็กขึ้นมาถึงอก แต่เจิร์กขึ้นเหนือศีรษะไม่ได้ ต้องปล่อยเหล็กทิ้งพลาดไป
อย่างไรก็ตาม ยังมีสิทธิ์ที่จะได้เหรียญทองแดงอยู่ เนื่องจากคู่แข่งอีกคน โอ จอง เอ ของเกาหลีเหนือ ซึ่งน้ำหนักตัวน้อยกว่าวันดี ยกครั้งแรกผ่านที่ 125 กก. ครั้งที่ 2 เรียกสู้เกทับวันดี เพิ่มเป็น 131 กก. ยกไม่ผ่าน มาฮึดครั้งสุดท้ายกลับยกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลให้โอ จอง เอ ทำน้ำหนักรวมเท่าวันดี 226 กก. แต่น้ำหนักตัวน้อยกว่า เบียดได้เหรียญทองแดงไป ส่วนวันดีได้เพียงที่ 4 สำหรับเหรียญทองเป็นของเฉิน หยางชิง ทำสถิติ 244 กก. (สแนตช์ 106 กก. และคลีนแอนด์เจิร์ก 138 กก.) เป็นการทำลายสถิติกีฬาโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์กและน้ำหนักรวม
หลังแข่งวันดีเปิดเผยว่า การยกวันนี้ไม่เป็นไปตามที่คาด พยายามทำให้ได้ แต่ก็พลาดไป จังหวะยกเจิร์กไม่ขึ้น คงเป็นที่โชควาสนาด้วย กีฬามีแพ้มีชนะทำใจได้ เพียงแต่เสียดายความตั้งใจ และสิ่งที่เคยได้พูดไว้ว่าหากทำเหรียญที่ 2 ได้ก็จะขอทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาพลาดเช่นนี้เลยไม่มีโอกาส อนาคตคงเลิกเล่นแน่นอน เพราะอายุมากแล้ว กีฬายกน้ำหนักทำให้เจ็บอยู่บ่อยๆ ส่วนต่อไปจะทำอะไร ต้องหารือกับผู้ใหญ่ หากสมาคมต้องการให้ช่วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องโค้ชหรืออะไร ก็พร้อมรับ แต่ถ้าไม่ก็จะทุ่มเทให้กับการรับราชการที่ตัวเองเป็นทหารเรืออยู่ ติดยศเรือโท
ณัฐธรชนม์ ศิริโชติสกุล ขทร.ศรีสะเกษ รายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 64 บ้านเห็ดผึ้งหนองก่าม หมู่ที่ 5 ต.หนองหมี อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายเสวียน นางราตรี คำเอี่ยม พ่อและแม่ของวันดี คำเอี่ยม มีการจัดตั้งเต็นท์บนถนนหน้าบ้าน ตั้งจอทีวีเชียร์น้องแบ๋น โดยมีนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษ และบุคคลสำคัญในจังหวัด รวมถึงเพื่อนบ้านร่วมให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม หลังแข่ง นายเสวียนกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ลูกในวัย 30 ปี ทำดีที่สุดแล้ว จากนี้ลูกคงจะเลิกเล่น เพราะอายุมาก ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ
ขณะที่ไพศาล หรรษาวงศ์ จอมพลังหนุ่มไทย ก็ลงแข่งในรุ่น 62 กก.ชาย กลุ่มเอ เช่นกัน ผลปรากฏว่าไพศาลทำสถิติท่าสแนตช์ได้ดีที่สุดที่ 132 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก 162 กก. และน้ำหนักรวม 294 กก. ได้อันดับ 5 ส่วนเหรียญทอง เป็นของจอมพลังเจ้าถิ่น จาง เซียงเซียง ทำได้ 143-176-319 กก. เหรียญเงิน ดิเอโก ซาลาซาร์ จากโคลอมเบีย 138-167-305 กก. และเหรียญทองแดง ตรียาตโน จากอินโดนีเซีย สถิติ 135-163-298 กก.
ส่วน “เจ๊บุษ” นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ และผู้จัดการทีม กล่าวว่า ในส่วนของกีฬายกน้ำหนักจะแข่งเสร็จในส่วนของประเภทชาย วันที่ 12 ส.ค. ตนได้รับปากกับนักกีฬาเอาไว้แล้วว่า จะพานักกีฬาทั้งหมด ทั้งชายและหญิง เดินทางไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน ก่อนที่จะเดินทางกลับ รวมถึงพาไปเที่ยวตามสถานที่ของที่ระลึก เท่าที่จะเวลาอำนวย
ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า วันที่ 15 ส.ค.นี้ ตนจะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ เพื่อดูความเสียหายห้องพักของ “น้องเอ” เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ที่ถูกไฟไหม้ หลังจากที่ได้รับรายงาน และได้โทรศัพท์พูดคุยกับตัว “น้องเอ” และ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานที่ปรึกษาสมาคมยกน้ำหนักฯแล้ว ซึ่งจะตรวจดูระเบียบว่า จะสามารถให้การช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง ซึ่งกระทรวงยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งแน่นอน