นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทน ราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ลี้ภัยทางการเมือง จะทำให้การเมืองไทยลดความขัดแย้งลงหรือไม่ว่า ขึ้นอยู่กับท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าตั้งประเด็นขึ้นมาเป็นเรื่องการไม่เชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย หรือการอ้างว่าเป็นการต่อสู้กันทางการเมืองก็แปลว่ายังไม่จบง่ายๆ เราหวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณภายในประเทศหรือนอกประเทศ อย่างไหนสร้างความเสียหายมากกว่ากัน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราต้องช่วยกันในฐานะคนไทยชี้แจงให้ชาวโลกรับรู้รับทราบว่าสถานะจริงๆเป็นอะไร เพราะทุกคนบอกว่าเราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น น่าจะต้องช่วยกันยืนยัน

“คุณทักษิณเองก็ฟ้องคนตั้งหลายคดี ยังฟ้องอยู่เลย ถ้าไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมแล้วฟ้องทำไม เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องช่วยกันชี้แจงเพื่อให้คนทั่วโลกเข้าใจ อย่าได้ ไปบิดเบือนเพื่ออาศัยหลบหนีเพื่อประโยชน์ส่วนตน แล้วมาทำลายสถาบันของประเทศก็ไม่เหมาะสม และที่อ้างว่ากลัวเรื่องความปลอดภัยนั้นผมเห็นว่าคุณทักษิณก็อยู่มานานไม่เห็นมีอะไร” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ปชป.ชี้ถึงกาลอวสานระบอบทักษิณ

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณขอลี้ภัยทางการเมือง เพราะคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดาฯ ไม่น่าจะมีเหตุผลเพียงพอ แต่ เป็นการหนีคดีอาญา เปรียบเหมือนอาชญากรที่สร้างความเลวร้ายให้แก่ประเทศชาติ แล้วหนีการติดคุก เพราะรู้ดีว่าตัวเองได้ทำกรรมอะไรไว้บ้าง ทั้งหมดถึงคราวอวสาน ระบบทักษิณ ส่วนทรัพย์สินของตระกูลชินวัตรที่อายัดไว้ 6.9 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลใหม่ จะต้องตรวจสอบที่มาของรายได้ก่อนยึดเป็นของแผ่นดิน และขอให้นำเงินส่วนหนึ่งไปตั้งกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้ทุนการศึกษา เพื่อปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนมีหลักธรรมาภิบาล อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณไปถึงแก่นักการเมือง พรรคการเมือง ไม่เว้นพรรคประชาธิปัตย์ ที่หนีการตรวจสอบ ออกนโยบายมอมเมาประชาชนเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ คิดถึงผลประโยชน์ เฉพาะหน้า เพื่อเข้าไปทุจริตคอรัปชัน จุดจบจะเป็นอย่าง นี้ เพราะพระสยามเทวาธิราชมีจริง

แนะอัยการขอตัว “ทักษิณ” กลับไทย 

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.ยุติธรรมเงา กล่าวว่า กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกแถลงการณ์อ้างมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น จะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือของชาวต่างชาติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลตรวจสอบ เพื่อแก้ไขโดยด่วน หากไม่ใช่เรื่องจริงทุกหน่วยงานจะต้องร่วมกันชี้แจงต่างชาติ รวมทั้งประท้วงไปยังประเทศที่ปล่อยให้มีการกล่าวร้ายกระบวนการยุติธรรมด้วย เมื่อถามว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายพีระพันธ์ตอบว่า ตรงนี้เป็นหน้าที่รัฐบาล แต่ในลักษณะนี้เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลออกหมายจับ และรู้ว่าอยู่ที่ไหนต้องเข้าสู่กระบวนการขอตัวเข้ากลับมาประเทศ ถ้าเป็นคดีอาญาประเทศอังกฤษเข้าใจอาจจะให้ส่งตัวกลับคืนมาได้ ลักษณะการหลบหนีคดีอาญาเช่นนี้ ไม่มีประเทศไหนให้ลี้ภัย แต่หน่วยงานที่ทำเรื่องขอตัวกลับมาจะต้องชี้ให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีการแทรกแซง เพื่อนำไปประกอบคำร้องขอให้ส่งตัวกลับคืน แต่ถ้านิ่งเฉย ไม่มีการตรวจสอบสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวหาไม่มีน้ำหนักพอที่ศาลอังกฤษอาจจะไม่พิจารณาส่งตัวกลับมา 

ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯไม่สน “ทักษิณ” ลี้ภัย

สำหรับบรรยากาศชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า กรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ลี้ภัยไปต่างประเทศนั้น ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่า ทั้ง 2 คน ได้ยกเลิกเดินทางกลับจากปักกิ่งมายังประเทศไทย และเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่น่าจะมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อไม่กลับก็เป็นการตัดสินใจของทั้ง 2 คน โดยคิดว่าทางที่ดีสุดน่าจะเดินทางกลับมาเพื่อที่จะสู้คดี และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ยุติธรรม รวมทั้งถ้าทั้ง 2 ไม่เดินทางกลับมาจริง ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯต้องการเพียงคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลชุดนี้ต้องลาออกไปเท่านั้น ส่วนกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ เสนอแนวคิดรัฐบาลเฉพาะกาล คิดว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะจะทำให้การเมืองของประเทศไทยกลับไปสู่แบบเก่า และก็จะก่อให้เกิดปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกด้วย 

อดีต คตส.โต้แถลงการณ์ “ทักษิณ”

นายสัก กอแสงเรือง อดีตกรรมการการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกแถลงการณ์ว่า การอ้างเรื่องกระบวนการยุติธรรมว่าไม่ให้ความเป็นธรรมในการต่อสู้นั้น สังคมไทยต้องพิจารณาว่า การกลับเข้ามาต่อสู้ของ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับมาในช่วงที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล แล้วจะพูดว่าไม่ให้ความยุติธรรมได้อย่างไร และกระบวนการตรวจสอบก็ไม่เป็นปัญหา แต่เพิ่งจะมาตั้งข้อสังเกตหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้พิจารณากรณีการหลีกเลี่ยงภาษีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ดังนั้น พอจะคาดได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณคิดอะไรอยู่ เมื่อถามว่า การลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณจะส่งผลกระทบการพิจารณาคดีที่อยู่ในชั้นศาลฎีกาหรือไม่ นายสักตอบว่า คงไม่กระทบ เพราะคดีที่ดินย่านรัชดาฯ ศาลมีมติให้พิจารณาลับหลังพยานได้ ส่วนคดีแพ่งในการอายัดทรัพย์จำนวน 6.9 หมื่นล้านบาท สามารถพิจารณาลับหลังพยานได้เช่นเดียวกัน หลังจากนี้หากผู้ต้องหาอยู่นอกประเทศวงเงินดังกล่าว ก็ยังถูกอายัดต่อไป เมื่อถามว่าเหตุผลการขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณฟังขึ้นหรือไม่ นายสักตอบว่า ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาจะเป็นผู้พิจารณา 

ข้องใจไม่ได้ทำผิดแล้วกลัวอะไร

นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตกรรมการ คตส. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีที่ดินรัชดาฯ กล่าวถึงเอกสารแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ระบุว่าการลี้ภัยครั้งนี้เพราะไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม  เนื่องจากการแต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์มาสอบสวนดำเนินคดีว่า ยืนยันว่าการตรวจสอบไต่สวนของ คตส.ที่ผ่านมา ยึดหลักตามขบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย ที่สำคัญไม่ยึดหลักอคติ ทั้งนี้กรณีที่ดินรัชดาฯเป็นไปตามข้อกฎหมายที่เข้าใจง่ายว่า เมื่อผู้ซื้อที่ดินของรัฐเป็นภริยานักการเมือง จะซื้อที่ดินดังกล่าวมิได้ ฉะนั้นในชั้นไต่สวนของ คตส. ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานจึงมีความผิดชัดเจน การกล่าวอ้างของ พ.ต.ท. ทักษิณต่างๆนานา จึงเป็นคำพูดของคนเกเร พูดเหมือนคนพาล และเขาคงเห็นแล้วว่าคงไม่มีสิ่งใดที่สามารถซื้อได้แล้วและรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะเป็นเช่นไร เพราะคนที่เป็นโจร ไม่คิดว่าตัวเองผิดหรอก แต่เป็นเพราะกฎหมายทำให้ผิด แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะขอลี้ภัยแต่คดีต่างๆยังต้องดำเนินต่อไปโดยมีระยะเวลาร่วม 20 ปี เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าไม่ปลอดภัยในชีวิตจึงต้องขอลี้ภัย นายอุดมตอบว่า อยากถามว่าไปทำอะไรไว้ถึงคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ถ้าไม่ได้ทำแล้วจะไปกลัวอะไร 

ป.ป.ช.ชี้แค่เกมลี้ภัย

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่เดินทางกลับประเทศไทย ไม่ส่งผลกระทบต่อคดีที่ ป.ป.ช.รับช่วงต่อจาก คตส. เนื่องจากทุกเรื่องอยู่ในขั้นตอนการไต่สวนหมดแล้ว หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจาก พ.ต.ท.ทักษิณก็สามารถชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาได้ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุในแถลงการณ์ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมนั้น พ.ต.ท.ทักษิณควรทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือกระบวนการยุติธรรมไม่เป็นกลางอย่างไร หากกล่าวลอยๆเช่นนี้ จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยในสายตาของต่างประเทศ และ ป.ป.ช.ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนตัวมองว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าถูกกลั่นแกล้งจากกระบวนการยุติธรรม ก็เพื่อต้องการให้เข้าเงื่อนไขของการลี้ภัยทางการเมือง การไม่เดินทางกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย แต่เห็นว่าเป็นการตัดสินใจกะทันหัน ไม่ได้วางแผนระยะยาวไว้ล่วงหน้า 

ระบุคดีอาญาขอลี้ภัยการเมืองไม่ได้ 

นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การขอลี้ภัยต้องเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เกี่ยวกับการใช้อำนาจในการปกครองประเทศ ในคดีอาญาภายในประเทศจะขอลี้ภัยทางการเมืองไม่ได้ ส่วนข้ออ้างว่ากระบวนการของตุลาการถูกแทรกแซงนั้น เป็นข้ออ้างที่น่าจะนำมาใช้ตอนปฏิวัติปี 2549 ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะขณะนี้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาแล้ว ทุกประเทศรับรองและค้าขายกับประเทศไทย เพียงแต่บังเอิญศาลพิพากษาออกมาเป็นโทษกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เจ้าตัวเลยถือเอามาเป็นข้ออ้าง อย่างไรก็ตาม การหนีคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะในคดีอาญาหลายคนมักจะยอมเสียค่าประกัน ที่ผ่านมาหลายคนใช้วิธีนี้ ส่วนอายุความนั้นสูงสุดไม่เกิน 20 ปีถือว่าไม่นาน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับเมืองไทยได้คงอายุประมาณ 80 ปี ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าจะกลับมาตายที่เมืองไทย นายวรินทร์ตอบว่า หลายคนก็พูดอย่างนี้ แต่จะกลับมาในสภาพใดต้องดูอีกครั้ง บางคนกลับมาในฐานะไทย บางคนเชิญอัฐิกลับมา

ชี้แถลงการณ์ล่อแหลมหมิ่นศาล

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เท่าที่ฟังแถลงการณ์ดูแล้วน่าจะล่อแหลมต่อการหมิ่นศาล เพราะเนื้อหาบางส่วนที่กล่าวหาพาดพิงถึงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการใช้ระบบ 2 มาตรฐาน โดยข้อเท็จจริงคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณดำเนินไปตามกฎหมายไม่มีใครไปแทรกแซง ทั้งเรื่องคดีที่ดินรัชดาฯ คดีหลีกเลี่ยงภาษี ที่ศาลฎีกาได้ตัดสินไปแล้ว อีกทั้งรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคไทยรักไทยเดิม จึงไม่เห็นว่าจะไม่มีความยุติธรรมตรงไหน ส่วนข้ออ้างที่ระบุว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย จะมีเหตุการณ์อะไรหรือทำร้ายหรือมีการคุกคามนั้น เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณเท่านั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณมั่นใจว่าบริสุทธิ์ควรต่อสู้คดี ส่วนกรณีที่เดินทางไปประเทศอังกฤษ โดยมีลักษณะการขอลี้ภัยนั้น ไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในตำแหน่งการเมือง แล้วหากจะขอลี้ภัยควรขอตั้งแต่มีการรัฐประหาร เมื่อปี 2549 ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาแล้ว  จึงไม่น่าจะขอลี้ภัยได้ 

“เสรี” ระบุทุกคนต้องเชื่อมั่นในระบบศาล 

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า เรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณขอลี้ภัยไม่ได้อยู่เกินความคาดหมายในส่วนของการขอลี้ภัย โดยหลักมีข้อตกลงในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศไทยกับอังกฤษ ส่วนจะได้รับอนุญาตลี้ภัยหรือไม่ต้องรอดูทางอังกฤษพิจารณาข้ออ้างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ข้ออ้างอะไรและจะเข้ากับข้อยกเว้น ตามข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับอังกฤษ ว่าเป็นปัญหาทาง การเมืองหรือไม่ จากนั้นต้องรอดูว่าศาลจะพิจารณาออกหมายจับ หรือปรับนายประกันแล้วค่อยหาทางนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป 

“สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณตัดสินใจเป็นการเอาตัวรอด สะท้อนให้เห็นถึงการไม่ยอมรับของกระบวนการยุติธรรมของศาล อีกทั้งยังมีการกล่าวให้ร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม อ้างว่าถูกแทรกแซงนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าสิ่งที่กระทำได้ทำผิดหรือไม่    ถ้าผิดแล้วก็ยังไม่ยอมรับ เพราะในอดีตเคยถูกกล่าวหาว่าไปแทรกแซงองค์กรอิสระและศาล หรือครั้งนี้ไม่สามารถไปแทรกแซงได้ ทั้งๆที่ได้เคยประกาศมาตลอดพร้อมต่อสู้คดีจึงกลับมา แต่วันนี้ก็มาอ้างเหตุผลสารพัด ถ้าไม่เชื่อตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องกลับมา ดังนั้น หากไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายแล้ว บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร” นายเสรีกล่าว 

เหน็บแรงไม่เชื่อมั่นเพราะซื้อไม่ได้

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า แถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่าไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พูดอย่างนี้แล้วประชาชนที่อยู่ในประเทศไทยจะอยู่กันได้อย่างไร อยากถามว่า ที่ไม่เชื่อมั่น เพราะมีการเล่นใต้ดินเรื่องเงิน 2 ล้านบาท จนต้องมีคนติดคุกติดตะรางเช่นนี้ใช่หรือไม่ ที่ไม่ เชื่อมั่นเพราะซื้อไม่ได้ ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในกระบวน การยุติธรรมของไทย เพราะผ่านมาแล้วหลายสิบคดี แม้โดนตัดสินให้ต้องติดคุกจนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างเต็มเปี�ยม และเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังเปิดโอกาสให้ พ.ต.ท. ทักษิณกลับมาสู้คดีได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เข้าใจ พ.ต.ท.ทักษิณดีเมื่อเจอกับสภาวะเช่นนี้ ที่ถาโถมเข้ามาเล่นการเมืองจนภรรยาต้องมีโทษติดคุก อาจทำให้อดีตนายกฯคิดอะไรไม่ออก จึงใช้วิธีการขอลี้ภัย ดังนั้น ขอเรียกร้องให้เดินทางกลับมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมของไทย