พระแม่มิ่งขวัญของแผ่นดิน [12 ส.ค. 51 - 00:31]
เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “พระแม่แห่งแผ่นดิน” ทรงประกอบพระราชกรณียกิจตลอดมาหลายสิบปี ด้วยพระปรีชาสามารถ พระ วิริยะอุตสาหะ พระขันติธรรม และพระราชหฤทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทั้งนี้ ก็ด้วยทรงมุ่งหวังถึงคุณภาพชีวิตที่อยู่ดีกินดีของอาณาประชาราษฎร์และแผ่นดินเป็นสำคัญ
ภาพการทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ในโครงการพระราชดำริต่างๆ ล้วนเป็นภาพที่ติดตาติดใจชาวไทยมาเนิ่นนานนับสิบๆปี โดยพระราชกรณียกิจของพระองค์ซึ่งมีมากมายหลายด้าน ล้วนแต่ส่งผลให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังพระราชปณิธานที่ว่า “ความมุ่งหวังในการพัฒนาประเทศ ไม่ควรจะมุ่งหมายแต่เพียงการอยู่ดีกินดีเฉพาะในพระนครเท่านั้น บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อทุกครอบครัวทั่วประเทศไทย มีความเป็นอยู่ดีขึ้นเป็นลำดับ…” พระราชดำรัสในโอกาสเสด็จฯไปทรงเปิดงานชุมชนแม่บ้าน ครั้งที่ 10 ณ วิทยาลัยครูสวนดุสิต เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2510
นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆของประเทศ ทำให้ได้ ทรงทราบถึงปัญหาความยากจนของราษฎร สมเด็จพระนางเจ้าฯ จึงทรงสนพระทัยและให้ความสำคัญกับ “การเกษตร” ในชนบท ซึ่งเป็นแหล่งผลิต “ข้าว” อาหารหลักของคนไทย และเป็นอาหารสำคัญของโลกด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล จึงทรงสนับสนุนคนไทยไม่ให้ละนา ทิ้งการปลูกข้าว โดยทรงจัดตั้งโครงการพระราชดำริด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรหลายโครงการ อาทิ โครงการฟาร์มตัวอย่าง และโครงการธนาคารอาหารชุมชน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังทรงสร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวนา ทำให้ชาวนาไทยมีความรักในอาชีพชาวนาไทย และมีความภาคภูมิใจเสมอมา และหนึ่งในนั้น จะเห็นได้จากการเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธี “อัญเชิญแม่โพสพคืนนาเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ณ โครงการฟาร์มตัวอย่าง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2551 ซึ่งเป็นการรวบรวมวัฒนธรรมประเพณีพิธีกรรมข้าวที่ไม่เคย จัดแสดงหน้าพระพักตร์มายาวนานกว่า 37 ปีแล้ว
ทั้งนี้ นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนึ่งในผู้ที่เคยถวายการรับใช้ ได้กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงให้ความสนพระทัย เรื่องข้าวมานานแล้ว และทรงห่วงใยชาวนา โดยทรงมีรับสั่งกับรัฐบาลชุดที่แล้วว่า ประเทศไทยอย่างไรก็ต้องทำนา ชาวนาต้องทำนาต้องมีข้าว เพราะข้าวเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งทุกครั้งที่มีวาระเกี่ยวกับเรื่องข้าว พระองค์ ท่านจะทรงให้ความสนพระทัย ทรงให้กรมการข้าวเผยแพร่ ความรู้แก่ราษฎร รวมถึงโครงการฟาร์มตัวอย่างที่ทรงปลูก ข้าว และให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ ที่สำคัญในพิธีอัญเชิญแม่ โพสพคืนนาฯนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงรับทำพิธีตั้งแต่ เครื่องเซ่นบูชาแม่โพสพ เครื่องแต่งกายแม่โพสพ ทรงใช้หวีหวีต้นข้าว เหมือนหวีผมให้แม่โพสพ ทรงใช้กรรไกรตัดแต่งแม่โพสพ และทรงถือกระจกส่องให้แม่โพสพ พร้อมกับทรงประพรมน้ำพุทธมนต์
พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมงานศิลปาชีพ เพื่อสร้างรายได้แก่ราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ตลอดจนอนุรักษ์และส่งเสริมหัตถกรรมไทยมิให้สูญหายไปจากประเทศชาติ
ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งถวายงานรับ ใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมาหลายทศวรรษ “ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ” รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ ถ่ายทอดความทรงจำว่า “ในช่วงแรกๆของการก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เมื่อปี 2519 ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ถึงแม้ทุกคนจะเริ่มจากศูนย์ เป็นเพียงลูกหลานชาวนาที่ยากจน แต่พวกเราทุกคนต้องคิดว่า พวกเขาสามารถทำได้ ต้องมั่นใจว่าสามารถฝึกฝนเด็กเหล่านี้ให้ สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกได้ พระองค์ท่านจะทรงคัดเลือกคนมาฝึกด้วยพระองค์เอง ส่วนใหญ่เป็นคนยากคนจนที่ทรงพบเห็นระหว่างเสด็จฯ เยี่ยมทุกข์สุขของพสกนิกรทั่วประเทศ โดยทรงคัดเลือกคนจากความยากจนเท่านั้น ใครจนที่สุดก็ ทรงรับเข้ามาช่วยเหลือ มิได้ทอดพระเนตรจากแววด้านฝีมืออย่างที่เข้าใจกัน กว่าจะพัฒนาจนมาเป็นผลงานที่งดงามเช่นทุกวันนี้ ต้องใช้เวลาฝึกหัดกันอยู่นานหลายสิบปี แต่พระองค์ท่านจะทรงให้กำลังใจว่า ทำดีแล้ว หรือรับสั่งชมว่าสวยงามมาก และยังรับสั่งเสมอด้วยว่า นักเรียนเหล่านี้ คือผู้จรรโลงศิลปะของชาติ ไม่ใช่แค่ทำงานรับเงินเบี้ยเลี้ยงส่งไปให้พ่อแม่ พวกเขาคือผู้ถูกเลือกมาแล้ว ให้สร้างสรรค์ งานของแผ่นดิน เป็นผู้สืบทอดงานศิลป์ของแผ่นดิน”
นอกจากความสนพระทัย และเอาใจใส่ด้านความเป็นอยู่ของ ราษฎรแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังสนพระทัยศึกษาหาความรู้ ทางด้านวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะ ด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งก่อให้เกิดคุณอนันต์แก่ชาติบ้าน เมือง โดย คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้ถ่ายทอดว่า เมื่อครั้งที่รับราชการที่กรมศิลปากร ในตำแหน่งรองอธิบดีได้มีโอกาส รับใช้สมเด็จพระนางเจ้าฯ คือทุกๆเย็นวันศุกร์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะทรงดนตรี สมเด็จพระนางเจ้าฯ โปรด ที่จะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโบราณสถาน ทางกรมศิลปากรจึงจัดตารางเสด็จพระราชดำเนินล่วงหน้าไปที่ต่างๆ พระองค์ท่านจะรับสั่งหลายอย่าง ที่แสดงความรักชาติ รักแผ่นดิน
“พระองค์ท่านรักบ้านเมือง รักโบราณสถาน โปรดทอดพระเนตรโบราณ-สถานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้บางครั้งใกล้มืดแล้วยังเสด็จฯไป และจะทรงซักถาม ทรงหาความรู้ทุกช่วงขณะ แม้ขณะเสวย พระองค์ท่านจะให้ผู้รู้ร่วมโต๊ะเสวย เพื่อโปรดให้เล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ถวาย แล้วจะมีเทปเล็กๆมาวางบนโต๊ะเพื่ออัดการสนทนา ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ การที่พระองค์ทรงสนพระทัย ประวัติศาสตร์ถือเป็นความยิ่งใหญ่ของชาติ และประเทศไทยก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน การที่ทรงสนพระราชหฤทัยด้านนี้ จึงส่งผลให้พระองค์ทรงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทยตลอดมา”

นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯยังทรงมี พระจริยวัตรที่งดงามอันเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ สตรีไทย โดยคุณหญิงกุลทรัพย์ได้กล่าวว่า พระองค์ทรงติดตามเป็นคู่เคียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทุกหนแห่งในถิ่นทุรกันดาร ทรงเป็นสตรีไทย โดยแท้ ตามวัฒนธรรมไทยที่ผู้หญิงจะต้องยกย่องสามี พระ องค์ท่านทรงมีคุณสมบัติครบ ถ้วน ดังจะเห็นได้จากเวลาที่พระองค์ท่านได้รับการถวายพระเกียรติยศยิ่งใหญ่ มักจะรับสั่งเสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสอนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำ ให้ทำจากโครงการพระราชดำริ โครงการฟาร์มตัวอย่าง ไปสู่งานศิลปาชีพ รวมทั้งการปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่พสกนิกรชาวไทย เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นพระราชปณิธานที่แน่วแน่ พระองค์ท่านจึงมิได้ทรงเป็น “พระบรมราชินีนาถ” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น
แต่ยังทรงทำหน้าที่ “พระแม่แห่งแผ่นดิน” ที่ทรงอำนวยประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ดังเนื้อหาในบทเพลงเฉลิมพระเกียรติฯ “แม่แห่งแผ่นดิน” ซึ่งได้ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจ ที่พระองค์ท่านทรงทำมาตลอดเกือบครึ่งศตวรรษได้อย่างชัดเจน
ข้าวในนา ปลาในน้ำ คำโบราณ
ข้าวขอบลาน ยังอาจหาญ เลี้ยงแผ่นดิน
ป่าพงไพร แอ่งน้ำใส ใช้อาบกิน
ดุจนิยาม แหล่งทรัพย์สิน แผ่นดินทอง
คือตำนาน ความอุดม สมบูรณ์สิน
แม่แห่งแผ่นดิน ท่านหวงไว้ ให้ไทยผอง
ทั่วคุ้งน้ำเป็นปูเป็นปลา ข้าวในนาเป็นเงินเป็นทอง
สมจิตปอง ครองชีวัน กันสืบไป
ฝากลูกไทย ร่วมหวงแหน รักแผ่นดิน
ตราบชีวิน เทิดทูนแม่ฟ้ายิ่งใหญ่
ป่าดินน้ำ งดงามอยู่คู่แดนไทย
ศิลปาชีพให้ ไทยสุขสร่างทุกข์ร่มเย็น
พระบุญญา มหา ราชินีนาถ
สนองจอมราช สง่างามพระบำเพ็ญ
เด่นดำรง ร่วมจงรัก ภูมิพิทักษ์ถิ่น
ถนอมไว้ อย่าให้สิ้น แผ่นดินไทย
ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่เวียนมาบรรจบในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าฯถวายพระพรชัย ทรงพระสำราญ สัมฤทธิ์ประสงค์ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน สถิตเป็นพระแม่มิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยสืบไป.
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ทีมข่าวหน้าสตรี