UncategorizedAugust 15, 2008 11:50 am
 

จันทร์ที่ 11 สิงหาคม แล้ววันรุ่งพรุ่งนี้ ก็เป็นวันแม่แห่งชาติ โดยเฉพาะสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่ง  เป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทุกคน และทรงคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เพื่อเป็นมิ่งขวัญ ของพสกนิกรชาวไทยสืบไปตราบนานเท่านาน
 
วันแม่ ก็ต้องทำความดีเพื่อทดเเทนพระคุณแม่ กลับไปหาท่าน ดูแลท่านทำให้ท่านมีความสุข หากอยู่ไกลโดยระยะทาง ก็หาเวลาโทรศัพท์ขอพรท่าน เพียงเท่านี้ก็นับว่าได้ทำบุญแล้ว หากท่านผู้ใดปฏิบัติยิ่งกว่านี้ ก็ยิ่งเป็นการทำมหากุศล ขอร่วมแสดงมุทิตาจิตด้วย
 
ย้อนกลับมาเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภ.ง.ด.51 สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ และมีรอบระยะเวลาบัญชีตรงกับปีประดิทิน (ปฏิทิน) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2551 ถึง 31 ธันวาคม 2551 ซึ่ง ต้องยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีภายในวันที่ 31 สิงหาคม นี้
 
เเต่เนื่องจากวันที่ 31 สิงหาคม ตรงกับวันอาทิตย์ วันสุดท้ายของกำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 จึงเลื่อนไปเป็นวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ครับ ซึ่งท่านสามารถยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีได้โดยไม่มีเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มใด ๆ
 
กรณีเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีจากประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ให้นำประมาณการกำไรสุทธิภายหลังหักผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนปีปัจจุบัน มาคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีเพียงกึ่งหนึ่ง
 
เช่น บริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของไทยแห่งหนึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2 ล้านบาท ประมาณการกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 ภายหลังหักผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี เป็นเงิน 1,150,000 บาท เช่นนี้ ได้กำหนดให้บริษัทฯ ต้องหักกำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 150,000 บาท คงเหลือประมาณการกำไรสุทธิ 1,000,000 บาท ดังนั้นบริษัทฯ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีเป็นเงิน 1,000,000/2 x 15% = 75,000 บาท ตามกฎหมาย
 
หากในระยะเวลาหกเดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้  ก็ให้นำเครดิตมาหักออกจากจำนวนภาษีเงินได้ที่ต้องเสียดังกล่าวได้อีก ถ้าจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายน้อยกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ก็ให้ชำระเพิ่มเติมส่วนที่ขาดนั้น ทั้งจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และจำนวนภาษีที่ชำระเพิ่มเติมให้ถือเป็นเครดิตในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ประจำรอบระยะเวลาบัญชีต่อไป.

UncategorizedAugust 12, 2008 5:08 am

สงครามระหว่างรัสเซียกับจอร์เจีย สืบเนื่องจากกรณีพิพาทเหนือแคว้นเซาธ์ออสเซเตีย ซึ่งต้องการแยกเอกราชโดยมีรัสเซียหนุนหลัง ยังปะทุหนักเป็นวันที่ 4 เมื่อ 11 ส.ค. แม้จอร์เจียจะถอนทหารออกจากเซาธ์ออสเซเตียเกือบทั้งหมดรวมทั้งกรุงสคินวาลี แล้ว โดยจอร์เจียอ้างว่าเครื่องบินรบรัสเซียกว่า 50 ลำบุกทิ้งระเบิดถล่มทั่วจอร์เจียตั้งแต่คืน 10 ส.ค. เป้าหมายโจมตีรวมทั้งเรดาร์ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงทบิลิซี เมืองกอรี และท่อส่งน้ำมัน รวมทั้งท่อส่งไปยังเมืองท่าเซย์-ฮานในตุรกี แต่รัสเซียปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าเครื่องบินรบของตนถูกยิงตกอีก 2 รวมเป็น 4 ลำ ทหารเสียชีวิตอีก 3 นายจากการสู้รบ และอ้างว่ายิงเรือรบของจอร์เจียจม 1 ลำ จับสายลับจอร์เจียที่วางแผนโจมตีรัสเซียได้ 10 คน 

รัสเซียซึ่งปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและขอเจรจาสันติภาพของจอร์เจียยังเตรียมส่งทหารอีก 9,000 นาย ยานหุ้มเกราะ 350 คัน เข้าสู่แคว้นอับคาเซีย ดินแดนกบฏแบ่งแยกดินแดนอีกแห่งในจอร์เจีย และขีดเส้นตายให้ทหารจอร์เจียวางอาวุธภายใน 3 ชั่วโมง ด้านประธานาธิบดีดมิทรี เมียดแวเดียฟ แถลงว่า “ปฏิบัติการหลัก” ของรัสเซียในเซาธ์ออสเซเตียใกล้ยุติแล้ว หลังยึดกรุงสคินวาลีและขับไล่ทหารจอร์เจียสำเร็จ แต่ไม่มีแผนจะส่งทหารบุกเข้าจอร์เจีย รัสเซียยังแฉว่ามีทหารต่างชาติเข้าไปช่วยจอร์เจียรบด้วย แต่ไม่ระบุว่าเป็นชาติใด ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบสูงกว่า 2,000 ศพ มีผู้อพยพลี้ภัยกว่า 40,000 ศพ แต่จอร์เจียระบุยอดผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่าง 92-150 ศพ

นายแบร์นาร์ด คุชเนอร์ รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศสซึ่งเข้าไปไกล่เกลี่ยศึกในจอร์เจียเผยว่า ประธานาธิบดีมิฮาอิล ซาคาสวิลี แห่งจอร์เจีย ยอมรับข้อเสนอเกือบทั้งหมดของสหภาพยุโรป (อียู) และยอมลงนามให้สัญญาว่าจะหยุดยิงตามข้อเสนอของอียู คุชเนอร์ยังกล่าวหาว่าสหรัฐฯเป็นส่วนหนึ่งของกรณีพิพาทนี้ ส่วนซาคาสวิลีชี้ว่ารัสเซียมีเจตนายึดจอร์เจียเพื่อฮุบท่อส่งพลังงานผ่านภูมิภาคคอเคซัสและเปลี่ยนรัฐบาลของตนที่ฝักใฝ่ตะวันตก เขายังอ้างว่าจอร์เจียสังหารทหารรัสเซียได้หลายร้อยนาย ยิงเครื่องบินรัสเซียตกอย่างน้อย 80 ลำ ด้านประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐฯ เจรจากับปูตินขณะไปร่วมชมกีฬาโอลิมปิกในจีนและประณามการโจมตีของรัสเซียว่าเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” และ “เกินเหตุ”

รมว.ต่างประเทศของกลุ่มจี 7 เปิดประชุมฉุกเฉินเรื่องวิกฤติเซาธ์ออสเซเตียใน 11 ส.ค. ส่วนอียูประกาศมอบเงิน 1 ล้านยูโรช่วยเหลือช่วยเหยื่อสงครามในเซาธ์ออสเซเตีย ก่อนที่ รมว.ต่างประเทศอียูจะประชุมใน 13 สค. ด้านสายการบินของอาเซอร์ไบจาน ออสเตรีย และตุรกีสั่งระงับเที่ยวบินสู่กรุงทบิลิซี และรัฐบาลโปแลนด์นำเครื่องบินไปอพยพคนของตน 95 คน จากจอร์เจีย แต่อิสราเอลเผยว่าจะไม่หยุดส่งอาวุธให้จอร์เจีย ขณะที่ชาวจอร์เจียหลายพันคนเดินขบวนในกรุงทบิลิซีประท้วงการโจมตีของรัสเซีย.

Uncategorized 5:07 am

วันนี้ (12 สิงหาคม 2551)…..เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ…กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ นักวิจัยด้านสัตว์ป่า เช่น คณะวนศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์การสวนสัตว์ และ สถาบันสมิทธโซเนียน สหรัฐอเมริกา…

…..พากันน้อมนำ “โครงการฟื้นฟูประชากรละอง-ละมั่ง” เฉลิมพระเกียรติฯ ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการปล่อย ละมั่ง 77 ตัว….โดยแบ่งสัดส่วนเพื่อความเหมาะสมต่อการยังชีพในป่าธรรมชาติ คือเพศผู้ 1 ตัว ต่อเพศเมีย 4 ตัว ที่บริเวณ หน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า ใน ผืนป่าห้วยขาแข้งพื้นที่มรดกโลก

นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยว่า...ละมั่ง มีอีกชื่อว่า ละอง ชื่อสามัญ Eld’s Deer ลักษณะโดยทั่วไป มีความสูงที่ไหล่ 1.2-1.3 เมตร น้ำหนักประมาณ 95-150 กิโลกรัม บริเวณหัวมีเขา….แตกออกเป็นกิ่งกว้างออกไปทั้งสองข้าง และด้านหน้ายังมีอีก 2 เขาแตกแขนงเล็กๆดูแล้วสวยงามยิ่งนัก

อุปนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็กๆ ออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เดินไปเรื่อยๆตามชายป่า โดยไม่ชอบทำรังหรือหาที่ซ่อนตัว มักกินใบไม้และผลไม้เป็นอาหารชื่นชอบ เมื่อผสมพันธุ์กันแล้วตัวเมียจะตั้ง ท้องนานถึง 7-8 เดือนและตกลูกครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น

ด้วยสาเหตุที่ตกลูกครั้งละ 1 ตัว รวมไปถึงความงามของเขาบนหัวมัน ทำให้นักนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่าที่ชอบไล่ล่า…กระทั่งใกล้จะสูญพันธุ์ และได้พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา โดยยึดมาจากนายพรานได้ในขณะยังมีชีวิตอยู่จำนวน 2 ตัว บริเวณอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ก่อนจะนำมาเลี้ยงไว้ที่ในสถานีเพาะเลี้ยงของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

นักวิชาการด้านสัตว์ป่า กำลัง แก้ไขให้เหลือชื่อทางวิชาการว่าละมั่งเพียงอย่างเดียว เพื่อความสะดวกในการเรียกโดยไม่ต้องแยกเป็นเพศดั่งเช่นในอดีต สำหรับละมั่งที่นำมาปล่อยในกิจกรรมนี้ ทางกรมฯนำพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์มาจากสถาบันสมิทธโซเนียน สหรัฐอเมริกา แล้วทำการเพาะเลี้ยงและคัดเลือกสายพันธุ์มาหลายรุ่น… จนได้พันธุกรรมที่ดีที่สุด ซึ่งทำการเพาะขยายพันธุ์ทั้งหมดมีราวๆ 1,000 ตัว

และ...ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จ ในการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่านอกถิ่นกำเนิด อีกทั้งเป็นฝูงละมั่งที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติ…..เชื่อว่าจะมีอัตราการรอดชีวิต สูงมากในป่าธรรมชาติ

นายชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกว่า …..ปัจจุบันประชากรละมั่งในป่าธรรมชาติ ทั่วโลกเหลืออยู่เพียง 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์อัสสัม ของประเทศอินเดีย จำนวน 200 ตัว สายพันธุ์พม่า (thamin) อยู่ในเขตป่าแคตทินอีก 3,000 ตัว

และอีกสายพันธุ์คือ ละมั่งพันธุ์ไทย (Siamensis) อยู่ในแถบ เทือกเขาพนมดงรัก เชื่อกันว่ามีเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียงไม่กี่ตัว และทำการสำรวจไปก็ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด จัดเป็นสัตว์ป่าที่หายาก 15 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

ทางด้าน สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) จึงจำแนกให้ละมั่ง อยู่ในระดับเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง และยังจัดเป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (Cites) อยู่ในบัญชี 1 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ

ณ วันนี้มีทั้งกฎหมายและกำลังพลที่เข้มแข็ง ใครหน้าไหนที่กำลังคิดจะไล่ล่ามัน พึงสังวรไว้ว่า พวกเขาไม่ยอมให้ทำอย่างนั้นอีกแน่…!!!

หน้าแรก

“Next”